"Charles and Ray Eames" ผู้ใช้การออกแบบพิชิต Missionท้าทายแห่งยุคสมัย
ในยุคที่ 'ไม้ 'ยังเป็นวัสดุหลักในการทำ'Product' ปัญหาที่พบเจอคือ'ไม้ 'นั้นปลูกทดแทนได้ยาก ช้า ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และหากยังฝืนใช้ต่อไปเรื่อยๆ ก็เหมือน'ระเบิด' ที่รอเวลานับถอยหลังเท่านั้น การหาวัสดุทดแทนจึงถือว่าเป็น "Mission” ท้าทายแห่งยุคสมัย"นั้นเลยก็ว่าได้
'ไม้อัด'(Plywood) คือการนำเศษไม้ มาอัดรวมกันจนกลายเป็นแผ่น แข็งแรง น้ำหนักเบานับว่าเป็น หนึ่งใน'วัสดุแห่งอนาคต'ในช่วงเวลานั้น ('พลาสติก'ก็ยังอยู่ในช่วงเวลา ตั้งไข่เช่นกัน)
ปัญหาคือ ไม้อัดในตอนนั้นทำ'Form'ได้ยากซึ่งถือว่าเป็นข้อจำกัดที่ทำให้เหล่า Designer และช่างต้อง'กุมขมับ'ไปตามๆกัน..
ขอเชิญทุกท่าน ร่วมสำรวจเส้นทางสู่ฝันอันยิ่งใหญ่ของคู่รักนักออกแบบ ผู้เป็น Icon แห่งวงการ 'industrial design' ยุค 50-70s
Charles Eames (ค.ศ.1907-1978)
เป็นสถาปนิก ก่อนจะมาเป็นอาจารย์ประจำ
ภาควิชา 'Industrial Design' ในมหาวิทยาลัย Cranbrook Academy of Art ในรัฐมิชิแกน
.
Ray Kaiser (ค.ศ.1912-1988)
เป็นนักศึกษาด้านศิลปะที่ Cranbrook Academy of Art ในรัฐมิชิแกน
.
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ คือที่ๆพวกเค้าได้พบกันครั้งแรก
.
ในขณะนั้นชาร์ลส์และเพื่อน Eliel Saarinen
กำลังเตรียมผลงาน"ออกแบบเก้าอี้ ด้วยเทคนิคไม้อัดดัดโค้ง" เพื่อส่งเข้าประกวดในงาน Organic DesignCompetition จัดโดย Museum of Modern Art
.
ด้วย'Concept' ที่ต้องการนำเสนองาน
"Organic Form" ที่ผลิตจาก 'ไม้อัด'
ซึ่งแปลกจากยุคนั้น ในยุคที่วัสดุไม้ ยังไม่พ้นจาก
การทำอะไรเป็นแผ่นๆ เหลี่ยมๆ มาประกอบกัน
.
พวกเค้าทำสำเร็จ 'Charles และ Eliel Saarinen'
คว้ารางวัลที่ 1 จากงานประกวดมาครองได้
.
จนโรงงาน Heywood-Wakefield สนใจ พร้อมยื่นข้อเสนอซื้อแบบผลงานนั้นในทันที ทุกอย่างทำท่าจะดี ก่อนที่พวกเค้าจะพบว่า งานของพวกเค้าไม่สามารถผลิตออกมาแบบ "Mass Production" ได้
.
ด้วย 'Form Organic' ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่วัสดุไม้ที่ใช้ถูก 'ดัด' แล้วไม่หัก ในการผลิตจริงจึงแก้ปัญหาด้วยการหุ้มโครงสร้างไม้ดัดนั้นด้วยผ้าอีกที เพื่อปิดบาดแผลจากการดัดไม้ในเวลานั้น ในมุมมองของวงการ 'industrial design' แม้งานชิ้นนี้จะได้รางวัลที่1 แต่ก็ยังถือว่าสอบตกอยู่ดี
.
ด้วยเหตุนี้ งานชิ้นนี้จึงถูกฝังไว้ที่ Museum เท่านั้น..
.
เหตุผลหลักที่ต้องผลิตแบบ "Mass Production"ให้ได้ก็คือ สมมุติเราทำงานชิ้นนึงสวยมาก แต่ผลิตต่อไม่ได้
ทำซ้ำไม่ได้ = ราคาสินค้าแพง
ราคาสินค้าแพง = คนซื้อน้อย
พอคนซื้อน้อยหรือไม่ซื้ิอ ก็ไม่มีเงินพอที่จะไปเลี้ยงบริษัท TT
.
อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านห้วงเวลาแห่งความผิดหวัง
Charles และ Ray ทั้งคู่ตัดสินใจ แต่งงานกันในปี ค.ศ. 1941 ก่อนย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ลอสแอนเจลิส
ในอพาร์ทเมนท์เล็กๆ พร้อมด้วยไฟและโจทย์ที่ยิ่งใหญ่
.
โจทย์ที่จะสั่นสะเทือนวงการ 'Industrial Design'
ไปตลอดกาล
.
"เราจะสามารถทำเก้าอี้ไม้อัดดัด ให้ผลิตแบบ Mass Production ได้อย่างไร?"
ในอพาร์ทเมนท์เล็กๆที่ลอสแอนเจลิส
.
คราวนี้ทั้งคู่ไม่ได้หยุดอยู่ที่การดัดไม้ หรือการพยายามหาโรงงานเพื่อที่จะ 'ดัดไม้' เพราะช่างที่มีในยุคนั้นก็ยัง
ไม่พร้อมยอมรับด้วยเช่นกัน
.
พูดง่ายๆเหมือนเราเดินเข้าไปในโรงงาน แล้วจู่ๆก็บอกช่าง ให้เปลี่ยน "Process" การทำงาน ช่างก็คงจะ..
'อิหยังวะ?' เพราะช่างเค้าทำงานเดิมๆ ได้เงินอยู่ดีๆ
แล้วเค้าจะเสี่ยงมาทดลองด้วยทำไม?
.
ในขณะนั้นชาร์ลส์ได้ทำงานเป็นพนักงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง
ระหว่างนั้นก็แอบจิ๊กเอาเศษวัสดุ (ไม้อัด) จากบริษัท มาทดลองต่อ
ที่อพาร์ทเมนท์กับ Ray ด้วย
.
ด้วยการลองผิดลองถูก ด้วยความพยายามอุตสาหะ
จนในที่สุด พวกเค้าก็ได้ค้นพบความจริงว่า การพยายามเอา'ไม้อัด' แผ่นใหญ่ๆ ตรงๆมาดัด 'Form'
.
" มัน เป็น ไป ไม่ ได้ !! "
.
.
ดั่ง'ไอแซค นิวตัน'ที่โดนแอปเปิ้ลตกใส่หัว
ดั่ง'อาร์คิเมดีส'ที่ร้องตะโกนกู่ก้อง "ยูเรก้า"
พวกเค้าเกิดความคิดใหม่ ว่าจริงๆแล้ว'ไม้อัด'แผ่นต่างๆ
มันต้องถูกคิดให้เป็นเหมือน 'Packaging'!!
.
คือมันต้องออกแบบเป็น "2มิติ"(2D)ลงบนแผ่นไม้อัด ก่อนที่จะนำไปตัด ไปพับ ให้เกิด 'Form' เกิดทรง และการอบวัสดุในอุณหภูมิองศากับระยะเวลาที่พอเหมาะ แล้วค่อยมาดัดใส่แม่พิมพ์
.
จากไอเดียนี้ Rayในฐานะที่เป็นศิลปิน เป็น 'Artist'
ได้รับไม้ต่อ เริ่มทดลองรังสรรค์ผลงาน Art Piece ขึ้น
.
เมื่อตระหนักรู้แล้วว่า วัสดุมันไปได้ขนาดนี้ มันสามารถหลุดจากกล่อง 4 เหลี่ยม ไปสู่ 'Organic Form' แถมยังสามารถผลิตเป็น 'Mass Production' ได้
.
ตำนานการ"Challenge" ที่สั่นสะ-ท้านทั้งวงการ
'Industrial Design' ซึ่งส่งผล'สั่นสะเทือน'ไปทั่วโลก
ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
ที่มา : https://www.loc.gov/exhibits/eames/furniture.html
https://www.eamesoffice.com/the-work/plywood-sculpture/
ผลงาน ศิลปะที่ Ray Eames ได้ทดลองกับเทคนิคการดัดไม้อัด เพื่อการทำให้วัสดุสร้าง form เกินกว่าขีดจำกัดเดิมที่เคยทำไว้
ในห้วงเวลาแห่งการค้นพบของCharlesและ Ray
.
ตรงกับช่วงเวลาของสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดี
(ค.ศ.1941 - 1942) สหรัฐได้เข้าร่วมสงคราม
หลังถูกญี่ปุ่นโจมตีฐานทัพเรือที่ 'อ่าวเพิร์ล'
กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาได้ส่งเทียบเชิญ ให้ Charles and Ray ช่วยออกแบบ"Product" ชิ้นหนึ่ง นั่นก็คือ
.
"เฝือกไม้ดามขา" Molded Plywood Leg Splints สำหรับทหารที่ขาหักในสงคราม
.
ทั้งคู่ได้นำองค์ความรู้ที่ค้นพบมาใช้อย่างเต็มที่
โดยการนำแผ่นไม้อัดมาทำ 'Patterns 2มิติ'
ก่อน ตัด เจาะ เพื่อให้แผ่นไม้ให้ตัว และดัดได้ใน Form
ที่ซับซ้อน ก่อนนำไปอัดในแม่พิมพ์ ออกมาเป็นที่ช่วย
พยุง ประคองขา ซึ่งมีรูสำหรับใส่ที่รัด เพื่อเพิ่มความกระชับด้วย
.
ถามว่า"Product" ชิ้นนี้มันเจ๋งยังไง?
.
ถ้ามองย้อนไปในยุคที่'พลาสติก'ยังไม่มีเทคนิคการขึ้นแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ ตัวเลือกวัสดุถัดมา ก็คงจะเป็น 'เหล็ก'ซึ่งสามารถทำได้ แต่มัน "หนัก" เกินกว่าที่คนขาหักจะใช้พยุงตัว(คนขาดีๆก็ยังลำบากเช่นกัน)
.
ไม้อัด (Plywood) จึงเป็นวัสดุเดียวที่ตอบโจทย์!!
ด้วยน้ำหนักที่เบา แข็งแรง แถมดัดเป็น 'Organic Form' เพื่อสอดรับกับ 'Ergonomic' ของขาได้เป็นอย่างดี
งานชิ้นนี้ถือเป็น Iconic และยังเป็นงานไม้ดัด
ที่ผลิตเป็น "Mass Production" ในจำนวน 5000 ชิ้น เป็นครั้งแรกของโลกอีกด้วย
.
คงไม่ต้องกล่าวว่า "Product" ชิ้นนี้
ได้ช่วยชีวิตทหารในสงคราม และผู้คนที่อยู่เบื้องหลังพวกเค้าไว้มากแค่ไหน..
““We don’t do ‘art’ – we solve problems.”
พวกเราไม่ได้ทำงานศิลปะ - พวกเราช่วยแก้ปัญหา.”
อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อโลกได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า
"โทรทัศน์" เป็นครั้งแรก
.
ถ้าเปรียบกับปัจจุบัน ให้เข้าใจง่่าย
ให้นึกถึงการถือกำเนิดของ "IPhone"
.
เมื่อ 'IPhone' เกิด 'Product' อื่นๆที่รายล้อมก็ตามมา เช่น แท่นวางมือถือ ที่พันสายชาร์จ ฯลฯ ถือว่าเป็น 'Product' ที่เกิดตามมาเพื่อตอบโจทย์ 'เทคโนโลยี' ที่เกิดขึ้น
.
ทีนี้เมื่อ"โทรทัศน์"เกิดแล้ว"Product"อะไรล่ะ
ที่จะตามมา?
.
.
คำตอบคือ "เก้าอี้" นั่นเอง!!
.
Why เก้าอี้?
เหตุผลที่ Charles และ Ray Eames "Focus" ไปที่เก้าอี้
ไม่ใช่เพราะรัก หรือแค่อยาก แต่มันมีเหตุ-ปัจจัย
ที่เค้าสนใจจะทำ เพื่อให้ตอบสนอง "บริบทของสังคม"
และ "เทคโนโลยี" ที่เกิดขึ้นพร้อมๆกัน
.
"โทรทัศน์" มันเปลี่ยน "บริบทของสังคม" ยังไง?
.
แน่นอนว่าก่อนมีโทรทัศน์ เก้าอี้มีแค่เก้าอี้ทำงาน
เก้าอี้สำหรับโต๊ะกินข้าว ทีนี้ เก้าอี้พวกนี้ มักจะอยู่กับโต๊ะ เมื่อใช้งานเสร็จก็สอดใต้โต๊ะ หรือเก้าอี้สาธารณะ
ก็จะเป็นพวกเก้าอี้ยาวๆ ซึ่งใช้นั่งพักประเดี๋ยวก็ไป
.
ด้วยความที่ไม่ต้อง "นั่งนาน" ความ "เหลี่ยม" บาดขาบาดน่องบาดตูด ก็พอให้อภัยได้อยู่
ความงามก็ยังไม่ใช่เรื่องจำเป็น เพราะสุดท้ายเมื่อใช้งานเสร็จ ก็ถูกสอดเก็บใต้โต๊ะอยู่ดี
.
แต่ด้วยความที่ "โทรทัศน์" ต้องใช้ไฟฟ้า ใช้ปล๊กไฟ
จึงจำเป็นต้องอยู่บนโต๊ะ และติดผนังอยู่ตลอดเวลา
สิ่งที่เกิดตามมาคือ ห้องที่สมาชิกในครอบครัว มารวมตัวกัน เพื่อดูโทรทัศน์
.
ทีนี้เวลาคนดูโทรทัศน์ส่วนใหญ่ เค้าไม่ได้ดูกันเป็นนาที
เค้าดูกันเป็นชั่วโมง ความต้องการ 'เก้าอี้ที่สวยเพราะมันจะถูกตั้งอยู่ใจกลางห้องล้อมโทรทัศน์ที่ติดผนัง อักทั้งยังต้องรองรับ Ergonormic ให้ผู้ใช้งานนั่งได้นานจนให้จบรายการ TV' จึงเกิดขึ้นแบบฉับพลันทันที พร้อมๆกับ Babyboom ผู้ชนะสงคราม ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วใน America
.
ซึ่งนี่คือสิ่งที่"Charles และ Ray Eames "เล็งเห็น และตอบสนอง
.
ด้วยเทคโนโลยี "ไม้อัดดัด"ของพวกเค้า ที่สามารถสร้าง "Organic Form" ที่ตอบโจทย์การ"นั่งนาน"
ด้วยหลัก"Ergonomic"
.
ประกอบกับ"ความงาม" ของเก้าอี้ที่รังสรรค์โดย
Ray ที่ทำให้เก้าอี้เสมือนเป็น "Art Object" ชิ้นหนึ่ง
ที่ตั้งอยู่กลางห้องได้
.
คงไม่เกินเลยไปนัก หากจะกล่าวว่าในช่วงเวลานั้น
นี่คือ "เก้าอี้ที่ทุกบ้านจำเป็นต้องมี"
หลังประสบความสำเร็จจากวัสดุ'ไม้อัด'(Plywood)
พวกเค้ายังเดินหน้าทดลองวัสดุอื่นๆต่อ อย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นวัสดุไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) อลูมินัม (Aluminum) ภายใน Eames Office จนเกิดผลงาน Iconic อีกมากมายจาก process การทำงานแบบเดิมคือ เริ่มจากการทำความเข้าใจวัสดุอย่างถ่องแท้จนสามารถ นำเอาคุณสมบัตของวัสดุ มาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด เป็นความงามที่ไม่ต้องฝืน เป็นความสมดุลที่ไม่น้อยและไม่มากเกิน เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการและเป็นที่จดจำ จากมันสมองและการลงมือทำของ Charles and Ray Eames
.
ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวไว้ข้างต้น ส่งผลให้ในช่วงยุคสมัย 25 ปี Furniture ของ"Charles และ Ray Eames "
มียอดขายถล่มทลาย กว่า "5 ล้านชิ้น"
.
ทั้งคู่ได้สร้างผลงาน 'Furniture' ที่เป็น 'Icon' แห่งยุคสมัยมากมายไม่ว่าจะเป็น Eames Dining Chair Wood, Eames Molded Plastic Chair, Eames Lounge Chair
.
สามารถเสิร์ซต่อได้ใน
https://www.eamesoffice.com/works/seating/
.
เหนือสิ่งอื่นใด พวกเค้าได้สร้างความเข้าใจใหม่ๆ
ต่อสังคมว่า "นักออกแบบ" ไม่ใช่แค่ทำงานสวยๆ แต่คือ "นักแก้ปัญหา" ที่ต้อง
เข้าใจโจทย์ และตอบสนอง ความต้องการที่เกิดขึ้นใน 'บริบทสังคม' และ 'เทคโนโลยี'
เข้าใจธรรมชาติของวัสดุ เพื่อเอาวัสดุมาใช้ประโยชน์ให้เกิดสูงสุด
เข้าใจโครงสร้างโรงงานผลิต เพื่อที่จะออกแบบให้สอดคล้องกับการผลิตได้มากที่สุด
.
ชวนให้คิดต่อได้ว่า แล้วเราล่ะมองเห็น'โจทย์'อะไร
ใน'บริบทสังคม' และ 'เทคโนโลยี' ในปัจจุบันนี้?
ที่มา : https://www.eamesoffice.com/the-work/lcw-2/
ตัวอย่างเก้าอี้จากไม้ดัด
ในยุคที่กระบวนการผลิตยังมี ขีดจำกัด ในหลายๆอย่าง เก้าอี้ชุดนี้ ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของการผลิต เก้าอี้ไม้เหลี่ยมๆแบบเดิมมา เรียกได้ว่าเป็นเก้าอี้ Eames Chairs รุ่นแรกๆที่ประสบความสำเร็จ
.
เดิมทีเป็นเก้าอี้ที่ขึ้นรูปจากวัสดุไม้อัด นำมาดัด ก่อนที่จะมีการทดลอง และ พัฒนาวัสดุมากขึ้น
.
หลังจากนั้นเก้าอี้ชุดนี้ได้มีการพัฒนาเป็นขาเหล็กขึ้นในภายหลังทำให้น้ำหนักเบา และ เก้าอี้ดูโปร่งขึ้น
เก้าอี้ DCW Chair และ LCW Chair
ที่ดีไซน์เพิ่มเติมจากโครงสร้างไม้ดัดธรรมดา ให้มีสีสันที่หลากหลายมากขึ้น
.
ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไปนานถึง 50 ปี แต่เก้าอี้ตัวนี้ก็ยังมีการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว
ที่มา : https://www.vitra.com/es-es/product/aluminium-chair-group
https://www.eamesoffice.com/the-work/eames-aluminum-group/
ตัวอย่างงานหลังจาก Eames กลายเป็น ผู้เชี่ยวชาญ
วัสดุ อะลูมีนั่ม(Aluminum)
เก้าอี้ชุดอะลูมีนั่ม ที่ผ่านการออกแบบจากวัสดุเพียง 2 ชนิดคือโครงสร้างอะลูมิเนี่ยม และ เบาะรองนั่งเพียงชิ้นเดียว
.
ซึ่งเบาะรองนั่งเป็นส่วนประกอบที่ใช้สำหรับรับน้ำหนัก แถมยัง ทนทาน และ ยืดหยุ่น เข้ากับสรีระของผู้ใช้ได้ดีอีกด้วย
ที่มา : https://twitter.com/hermanmi.../status/974299229635178496...
https://eames.com/en/sling-seating
เก้าอี้นั่งรอในสนามบิน
เกิดจาก Eero Saarinen ต้องการที่นั่งสาธารณะ ที่มีความทนทานและบำรุงรักษาง่าย Charles and Ray Eames จึงทำตามคำแนะนำของ Saarinen ด้วยการออกแบบ Tandem Seating ออกมา
.
Tandem Seating เป็น Furniture ที่จะเห็นได้ภายใน สนามบิน สถานีรถไฟ หรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ
.
ถูกออกแบบมาให้สามารถทนต่อการใช้งาน และปรับจำนวนเบาะเป็นจำนวนเท่าใดก็ได้ โครงสร้างหล่อจาก อะลูมีนั่ม ที่แข็งแรง กับงานเบาะหนังที่ยึดเข้ากับโครงอะลูมินั่ม
ที่มา : https://www.vitra.com/en-fi/product/eames-fiberglass-chair
ตัวอย่างงานจาก Fiberglass
เป็นเก้าอี้ที่ทำมาจาก Fiberglass ซึ่งเป็นวัสดุที่ยังไม่มีใครนำมาใช้ในการทำ Furniture
.
ทาง Charles and Ray Eames เป็นกลุ่มแรกๆที่นำ Fiberglass มาใช้ใน Furniture
.
เก้าอี้ Eames Shell Chair นำ Fiberglass มาขึ้นรูป
ให้เหมาะสมกับร่างกายของมนุษย์ เพื่อการนั่งที่ดีขึ้น และ ยังมีการใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน
บทส่งท้าย
แด่"Charles and Ray Eames"
.
"เรือใบไม่อาจแล่นไกลโดยไร้แรงลม"
.
ชาร์ลส์ architect หนุ่ม ผู้ถ่องแท้ใน'โครงสร้าง'
ตัวแทนสมองซีกซ้าย "ตรรกะ"
.
Ray Artist สาว ผู้ลึกซึ้งใน'ความงาม'
ตัวแทนสมองซีกขวา "สร้างสรรค์"
.
อะไรจะเกิดขึ้นถ้าชาร์ลส์ และ Ray ไม่ได้เจอกัน
เรื่องราวข้างต้น ทั้งหมดนี้จะออกมาเป็นอย่างไร?
.
.
การทำงานร่วมกัน ของตัวแทนสมองทั้ง 2ซีก
ตรรกะ - สร้างสรรค์ นั้นเป็นสิ่งสำคัญ
.
และอีกส่วนที่อยากจะกล่าวถึงคือ การมีใครสักคน ที่พร้อมจะร่วมทาง พร้อมแบ่งปัน โอบกอด ให้กำลังใจ ซับพอร์ตซึ่งกันและกัน ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน
"บนเส้นทางสู่ฝันที่แสนยาวไกลนี้"
ที่มา :
https://riunet.upv.es/bitst.../handle/10251/137369/Montes...
https://www.loc.gov/exhibits/eames/furniture.html https://www.loc.gov/exhibits/eames/furniture.html
https://www.eamesoffice.com/the-work/plywood-sculpture/
https://www.vitra.com/en-fi/product/eames-fiberglass-chair
https://twitter.com/hermanmi.../status/974299229635178496...
https://eames.com/en/sling-seating
https://www.vitra.com/en-es/product/eames-tandem-seating-ets
https://www.vitra.com/es-es/product/aluminium-chair-group
https://www.eamesoffice.com/the-work/eames-aluminum-group/
https://www.eamesoffice.com/the-work/lcw-2/
https://www.vitra.com/en-gr/product/lounge-chair
https://www.eamesoffice.com/works/seating/
https://www.youtube.com/watch?v=SFaLpbmP0Yw
https://www.klatmagazine.com/.../marily-neuhart-the.../43184
https://www.bidsquare.com/.../philco-predicta-tandem...
https://theculturetrip.com/.../take-your-pleasure.../
ข้อมูลโดย Pongnut Krainichakul
เรียบเรียงโดย Mailylin

